ไปประกวดหนังสั้นมา.. >.<
posted on 27 Feb 2006 14:39 by ohmu in FilMเมื่อวานไปฟังประกาศผลการประกวดหนังสั้น The Style Film Fest มา อืม เล่าตั้งแต่ตอนเช้าเลยแระกัน (ใครที่ไม่อยากรู้เรื่องแบบลึกจริงๆ ก็ข้ามช่วงนี้ไปก็ได้นา)
----------------------------------------------------------------------------------------------
ตอนสิบโมงสี่สิบไปเจอตอมกะนัทที่หน้าดันกิ้น (จริงๆ นัดกันไว้สิบโมงครึ่งแต่เรามาสายอ่ะนะ) พอโดนประณามเรื่องมาสายเสร็จก็ไปหาอะไรรองท้องที่ร้านกล้วยกล้วย (เลี้ยงขอโทษที่มาสาย ประมาณนั้น)
สิบเอ็ดโมง เคลื่อนขบวนไปที่ตึก The Style by TOYOTA ขึ้นไปดูหนังสั้นที่ส่งเข้าประกวด พอดูไปหลายๆเรื่องก็คิดว่าหนังเราดีพอควรเลยอ่ะ ไม่รู้สิ อาจจะคิดเข้าข้างตัวเองไปหน่อย แต่มัน แบบ อธิบายไม่ถูกว่ะ เอาเถอะ เอาเปนว่าเราว่าหนังเราก็สู้เค้าได้ เหนเด็กมัธยมประกวดอยู่ไม่กี่เรื่องเองนอกนั้นก็เด็กมหาลัย จริงๆ หนังที่เจ๋งๆ ก็มีหลายเรื่องนะเช่น Brokeback Galaxy เป็นหนังแบบ เอาเรื่องสตาร์วอร์มาทำเปนภาคอนาคินเกย์กับโอบีวันให้เหนกันจะจะไปเลย (ถึงหนังต้นแบบมันจะเกย์อยู่แล้วก็เถอะ.. ) เราว่าเปนหนังที่ฮามากๆเลยล่ะ เรื่อง Black Sheep ก็เปนหนังที่ดีมาก เกี่ยวกับจินตนาการของเด็กประถมที่วาดรูปออกมาไม่เหมือนจริง นิสิตมหาลัย มศว เปนคนทำ แต่ไม่มีฉากตึก Style อ่ะ(มันเป็นเงื่อนไขการประกวด คือต้องมีฉากตึก Style อย่าน้อยฉากนึง) ไม่รู้ว่าทำงี้แล้วผิดกติการึเปล่า.. อีกเรื่องนึงเปนหนังหักมุม ชื่อ เพียงครั้ง หรืออะไรซักอย่างเนี่ยแหละ(ชื่อหนังกะตัวหนังไม่ได้เกี่ยวกันเล้ย -*- )มันปนหนังสั้นที่เหมือน mv มากกกก จบได้หักมุมโดนใจสุดๆ พระเอกก็น่ารัก เหอๆ
เที่ยงกว่าๆ นัท อ.ก็มาพร้อมของฝากซึ่งเปนขนมที่เหมือนจะอร่อยแต่ไปๆมาๆกินแล้วลี่ยนไงไม่รู้ มันบอกว่าไม่ค่อยอยากดูหนังของคนอื่น (แล้วมึงจะทำหนังดีได้ไงวะถ้าไม่ดูหนังคนอื่น -*- ) มันดูไปไม่กี่เรื่อง บีมก็โทรมา มันก็เลยเดินไปรับบีม แต่จู่ๆบีมก็โทรมาหาเราให้เราลงไปรับ แล้วก็บอกว่าไอ่นัท อ.หายไปไหนก็ไม่รู้..-*- เรา บีม นัท และตอมก็นั่งดูหนังต่อไปเรื่อยๆ
ประมาณบ่ายสองกว่าๆ นัท อ.ชวนเรากะบีมไปกินชาตอนบ่าย ตอนนั้นเรากะลังจะเดินออกจากห้องฉายหนังแล้วแต่ก็ต้องยืนดูหนังเรื่องหนึ่ง เป็นหนังที่หน้าตาคุ้นมาก..42 หนังเราเองแหละ เหอๆ ดูมาเปนล้านรอบแล้วมั้ง ไม่รู้สิ เรารู้สึกภูมิใจไงไม่รู้อ่ะที่หนังเราได้ฉายขึ้นจอใหญ่ ระบบเสียงชัดเจน เสียงเราที่มันหลุดออกมา 2 ฉากนี่ดังชัดแจ๋วเลย TT^TT ฮือ เศร้า เอาเถอะ ยังไงก็ภูมิใจวะหนังเรื่องแรก คนดูไม่ถึง 15 คน (รวมเรากะสต๊าฟที่เค้ามานั่งคุมแล้วนะ) พอหนังเราจบเรา บีม นัท อ.ก็ไปกินเค้กที่พารากอน ตอนแรกมันก็อร่อยนะ แต่กินไปเรื่อยๆชักเลี่ยน โก้โก้ที่สั่งมาก็โคดขม -*-
ประมาณบ่ายสาม กลับมานั่งดูหนังต่อ ก็สนุกดี แต่ตอมกะนัทกลับไปแล้ว
สี่โมง หยุดฉายหนัง นัท อ.ต้องไปรับน้องเลยอยู่ไม่ถึงฟังผล สรุปคือ เหลือแต่เรากะบีม
----------------------------------------------------------------------------------------------
ถึงช่วงระทึกใจแล้ว >.<
ห้าโมง ประกาศผล คนมาจากไหนไม่รู้โคดเยอะเลย นั่งกันเต็มห้อง ทีนี้พี่ราเชนทร์ (ผกก.โลกทั้งใบให้นายคนเดียว) กะ พี่เฮนรี่ จ๋อง (ผู้บริหารโรงหนัง House) ก็ขึ้นมาพูดถึงหนังที่ส่งเข้าประกวด (เค้าเปนกรรมการอ่ะนะ จริงๆมีกรรมการ 3 คนแต่อีกคนเค้าไม่ว่างมา) เค้าก็บอกว่า หนังที่เข้าประกวดเนี่ย มี 40 กว่าเรื่อง แต่ที่เค้าได้ดูเนี่ย แค่ 20 เรื่อง เพราะทางทีมงานคัดรอบแรกออกให้แล้ว เค้าบอกว่าครึ่งแรกที่ได้ดู ไม่มีเรื่องไหนโดนใจ มีหลายเรื่องมากๆที่เกือบแล้ว เกือบดีแล้ว พี่ทั้งสองลุ้นกันมาก แต่มันก็ไม่ดี...-*- จบครึ่งแรกเค้าก็ไปพักกัน หลังว่าครึ่งหลังจะมีที่โดนใจบ้าง (เค้าพูดถึงตอนนี้เรารู้สึกแย่ไงไม่รู้อ่ะ ประมาณว่าหนังส่วนใหญ่แย่ขนาดนั้นเลยหรอ) พอครึ่งหลังเค้าก็บอกว่า หนังดีขึ้น มีเรื่องที่โดนใจแล้ว เค้าบอกว่าเรื่องที่ได้ที่หนึ่งมันโดดเด่นขึ้นมา เรื่องที่สองก็ด้วยแต่เรื่องที่สามนี่ตัดสินยากเหมือนกัน
แล้วพี่เค้ายกตัวอย่างหนังที่พลาดจุดที่ถ้าไม่พลาดเนี่ยมีลุ้นรางวัล เรากะลังฟังอยู่ดีๆมือถือก็ดัง อีนัทโทรมา ไอ่เราคิดว่ามีเรื่องสำคัญป่าววะ พอกะลังจะคุย
พี่ราเชนทร์ เรื่อง 42 ใครทำเรื่อง 42 ครับ ช่วยยกมือหน่อย
เรา (เฮ้ย เค้าให้กุยกมือ อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เราก็เลยวางหูไอ่นัท)
เรา กะ บีม (ยกมือแบบกล้าๆกลัวๆ)
พี่ราเชนทร์ เรื่อง 42 เนี่ยพี่ก็ลุ้นเหมือนกัน ดีแล้ว ดีแล้ว อีกนิดนึง พอซักพักดูไม่รู้เรื่อง...
พี่เฮนรี่ ฉากที่ผีเดินน่ากลัวดีนะ แต่มันมีฉากนึงเสียงตากล้องลอดออกมาก เฮ้ยมึงอ่ะเดินไป
เรา (อยากจะเอาหัวไปซุกกำแพง โคดอาย..) โหยพี่หนังเรื่องแรก
พี่เฮนรี่ เฮ้ยมันไม่เกี่ยว
เรา พี่หนูอยู่ม.3 เองนะ
พี่เฮนรี่ อ้าว ใครใช้ให้ทำ
คนทั้งห้อง (ฮาสิครับ ฮา...)
เรา (อยากเอาทั้งตัวซุกไปอยู่ในกำแพงแล้วไม่ออกมาอีกเลย โคดของความอาย...)
พี่เฮนรี่ โหยๆ พี่ล้อเล่น หนังเราพี่ชอบนะ
แล้วเค้าก็พูดเรื่องอื่นต่อ จำไม่ได้แล้วล่ะว่าเค้าพูดอะไร จำได้แต่ว่าเราเขินมากๆเลยอ่ะ เค้าจำหนังเราได้ หนังเรา >.< หนังในจำนวน 20 เรื่องที่เค้าได้ดู หนังเราผ่านรอบแรกควรค่าให้เค้าดู อ๊ายยย เขิลลลลล (อาการหนักว่ะ..-*- ) พอตั้งสติได้เราก็โทรไปหานัทแล้วบอกมันว่าเค้าชมฉากผีเดินด้วยนะมึง ดีใจซะ ประมาณนั้น(นัทมันคือผีที่เดินน่ะแหละ)
ทีนี้เค้าก็ประกาศรางวัล
ที่ 3 คือเรื่อง ม่า ของเด็กม.5 สวนกุหลาบ พูดตรงๆเลยคือเราดูเรื่องนี้ไม่รู้เรื่อง มันเหมือนสารคดีอ่ะ ภาพและเสียงไม่ชัด แต่สงสัยเนื้อหาดี (คือฟังไม่ได้ยินเลยไม่ตั้งใจฟังอ่ะ...)
ที่ 2 เรื่อง เมื่อปีกของฉันโบยบิน (หรืออะไรทำนองนี้แหละ..-*- ) เปนหนังที่ภาพสวยมาก ไม่สงสัยว่าทำไมถึงได้ เนื้อหาก็ดีอ่ะ คนทำอยู่ มศว ด้วย เหนบีมบอกว่าอยู่ศิลปกรรม
ส่วนที่1 เรื่องนิทานเม่น หนึ่งในคนทำเปนรุ่นพี่ที่จบจากร.ร.เราเมื่อปีที่แล้ว ตอนนี้อยู่นิเทศ จุฬา เรื่องนี้เปนเรื่องที่เราไม่ได้ดู (สงสัยฉายตอนเราไปกินเค้ก)
พอเค้าฉายหนังที่ได้รางวัล เราก็รอคุยกะพี่ราเชนทร์และพี่เฮนรี่ แต่โดนแซงคิวบ่อยมาก เคืองนะเนี่ย เคือง แต่ที่แอบดีใจคือหนังเราที่มีกล้องแค่ตัวเดียว ขาตั้งกล้องก็ไม่มี สเลด(ไอ่ที่เอาไว้คัทๆ) กับหนังที่เด็กจุฬาทำ มีขาตั้งกล้อง มีสเลด มีกล้อง 2 ตัว พี่ทั้งสองก็ไม่พูดถึง ที่สำคัญ เรากะบีมได้ยกมือ!! >.< ดีใจจัง....
หลังจากโดนแซงคิวกระจายเกือบเปนพวกสุดท้ายที่ได้คุยกะพี่ทั้งสอง ในที่สุดก็ได้คุย เราคุยกะพี่ราเชนทร์ก่อน พี่เค้าบอกว่าหนังเราเลือกทำของยาก หนังแนวนี้แม้แต่ผู้กำกับใหญ่ๆ ทำให้ดียังยากเลย เราควรจะทำจากง่ายๆ ก่อนแล้วค่อยไปยาก อย่าข้ามขั้น แต่เค้าก็บอกว่าถ้ารักแนวนี้จริงๆ ต้องอ่านเรื่องสั้นเยอะๆ เรามีปัญหาตรงที่เล่าไม่รู้เรื่อง ไอเดียกับบรรยากาศ(ที่เราเอาส่วนหนึ่งมาจากฮอลลีวูดและอีกส่วนคือตัวเราเอง)นั้นดีแล้ว พี่เค้าบอกว่าอย่าทิ้งเรื่องนี้ ให้ลองทำอีกซักที ให้มันดูรู้เรื่องก่อนแล้วเรื่องเทคนิคค่อยเสริมทีหลัง ต้องฟังคอมเม้นคนอื่นเกี่ยวกะบท และหนังเราเยอะๆ หนังจะได้ดูรู้เรื่อง พอหนังดูรู้เรื่องแล้วมันจะก้าวขึ้นไปอีกระดับหนึ่งซึ่งพัฒนายากขึ้น แต่ยังไงซะน้องต้องทำให้มันดูรู้เรื่องก่อน
คุยกะพี่ราเชนทร์เสร็จก็มาคุยกะพี่เฮนรี่ต่อ ตอนเราไปขอคุยพี่เค้าพูดว่า อยากคุยกะพี่หรอ (กวนสุดๆเลยอ่ะ...) เราก็เลยเริ่มคุยกะเค้าด้วยการบ่นเรื่องฟิล์ม BBM ที่ดันหมดตอนเราไปดู พี่เค้าบอกว่าทำ 500 อันเราควรจะให้รางวัลคนที่ไปดูเร็วไม่ใช่หรอ เราก็เลยเถียงพี่เค้าว่าทีเรื่องนานะยังไม่หมดเร็วเลย ไปๆมาๆเค้ายกฟิล์มของเค้าให้เรา เค้าบอกไม่รู้จะเก็บไปทำไม แล้วเค้าถามต่อว่าจะไปเฮาส์อีกเมื่อไรจะได้ใส่ถุงเตรียมไว้ให้ เราก็บอกว่าจะไปวันพฤหัส เค้าก็บอกโค๊ดในการไปเอาเล็กน้อย...เหอๆ รู้สึกมีอภิสิทธิ์ไงไม่รู้ คุยเรื่องโรงหนังเสร็จเค้าก็พูดถึงหนังเรา บอกว่ามันดูไม่รู้เรื่อง ตอนตัดสินกรรมการ 3 คนเถียงกันพอควรเลยว่าทำไมตัวละครทำอย่างนู้นอย่างนี้ ตอนที่เค้าเล่าเรื่องหนังเราที่เค้าเข้าใจให้เราฟังเราโคดอึ้งเลยอ่ะ มันแบบ ล้ำลึกกว่าที่เราคิดไว้มากๆ ตอนนี้เลยกะว่าจะเอาพล๊อตนี้มาพิจารณา เหอๆ
พอคุยเสร็จก็เดินไปรถไฟฟ้ากะบีมและผู้กำกับเรื่อง เพียงครั้ง (หนังสั้นที่เหมือน mv ) ได้คุยกะเค้าตอนต่อแถวรอคอมเม้น เค้าชื่อพรเทพ แต่เค้าพยายามบอกว่าพอออกเสียงชื่อเค้าเปนภาษาอังกฤษ ชื่อเค้าจะกลายเปน ปีเตอร์ -*- พี่ปีเตอร์อยู่ปีหนึ่งคณะนิเทศ ม.ราชพัฐสวนดุสิต (ถ้าเขียนผิดขอโทษด้วย) เปนคนที่มุ่งมั่นดี คุยถูกคอกันเราก็เลยขอเมลเค้ามาแอดเอ็มซะเลย
ระหว่างทางกลับบ้านเรานั่งอมยิ้มไปตลอดเลย >.< ถึงจะไม่ได้รางวัลแต่เราก็ดีใจ.... เค้าจำหนังเราได้ เราได้ยกมือ ภูมิใจจัง....
----------------------------------------------------------------------------------------------
วันพุธเราจะอัพโหลดหนังเราเรื่อง 42 ขึ้นเนต ใครอยากดูก็มาโหลดไปดูแระกัน หนังยาว 7 นาที 72 เมค
สู้ต่อไปเว้ย อินุไค น้องงูน่ารักกกกกกก Fshhhhhhhhhhhh!!! (เอ๊ะ หลังๆ นี่รู้สึกจะนอกเรื่อง 555)
ทำหนัง มันช่างเปนอะไรที่วุ่นวาย
#1 By atom on 2006-02-27 19:47